notommilk
TH | EN  
NotomMilk&Toast
หน้าแรก
แฟรนไชส์ แกลอรี่ภาพ เมนูอร่อย เวบบอร์ดพูดคุย ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา
  • NotomMilk&Toast
  • NotomMilk&Toast
  • NotomMilk&Toast
  • NotomMilk&Toast
 
 
 

 
 
 

สิ่งดีๆที่จะช่วยทำให้น้องๆ มาเป็นเด็กเก่ง และกล้าแสดงออกกันค่ะ

 

 

♡ พวกเขาไม่ 'อ่าน' ตำราเรียน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการอ่านตำราเรียนเป็นสิ่งที่ เหล่าเด็กเรียนเขาไม่ทำกัน แต่เรากำลังจะบอกว่า การอ่านตำราเรียนทั้งหมด เป็นสิ่งที่ทำแล้วเกิดประสิทธิภาพน้อยมาก เด็กเก่งๆ หัวกะทิส่วนใหญ่พวกเขาจะไม่อ่านตำราเรียน แต่จะใช้วิธีลงมือปฏิบัติแทน “แก้โจทย์ปัญหา และการทำแบบฝึกหัด” การหาความรู้เพิ่มเติมจากการใช้ Google, อ่านจากช็อตโน้ต และการหาข้อสอบเก่าๆ มาทำ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะเวลาอันสั้น ดีกว่าต้องมานั่งอ่านหนังสือกองโตเป็นไหนๆ

♡ ทำความเข้าใจหัวข้อที่เรียนและอธิบายด้วยคำพูดของเราเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนก็คือ “ความเข้าใจในบทเรียน” นั้นๆ ภายหลังจากที่คุณครูหรืออาจารย์สอนเสร็จ พยายามจดโน้ตย่อบทเรียนสั้นๆ ด้วยคำพูดของเราเอง จับใจความสำคัญของบทเรียน และนำมาวิเคราะห์ให้ได้ว่าสิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือและที่อาจารย์ได้สอนมาอะไรคือ “หัวใจหลัก” อธิบายสั้นๆ ด้วยคำพูดของเราเอง เขียนลงไปในสมุดเพื่อเป็นการสรุปย่อ และยังสามารถนำมาทบทวนก่อนสอบได้อีกด้วย เพียงเท่านี้การเรียนก็จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป

♡ เด็กเรียนเก่ง...ไม่กลัวที่จะถาม!!! ดังคำกล่าวของ William Arthur Ward ที่ว่า “Curiosity is the wick in the candle of learning. ความกระหายใคร่รู้คือไส้ของเทียนแห่งการเรียนรู้” สำหรับเด็กที่เรียนดีเรียนเก่ง สังเกตได้ว่า “พวกเขาจะไม่กลัวที่จะถาม” เมื่อเกิดความสงสัย หรือไม่เข้าใจตรงส่วนไหนจดคำถามนั้นไว้ แล้วให้อาจารย์ หรือเพื่อนที่เข้าใจอธิบายให้ฟัง จงอย่ากลัวที่จะถามคำถาม “โง่ๆ” และอย่าใช้การท่องจำอย่างไม่เข้าใจ เพราะการเรียนแบบนั้นจะไม่ได้ผลและถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

♡ พวกเขา...ชอบตั้งคำถาม? ถ้าอาจารย์สอนว่า “โทมัส เจฟเฟอร์สัน ชายผู้ที่ฉลาดที่สุด และยากจนที่สุด ผู้ที่เข้าร่วมในการร่างสัญญาประกาศอิสรภาพอันมีชื่อเสียง ในปี ค.ศ.1776”

♡ เข้าใจโครงสร้าง ไม่พยายามท่องจำ เคล็ดลับสำคัญสำหรับเด็กเรียนเก่ง คือ พวกเขาจะพยายามทำความเข้าใจในโครงสร้างต่างๆ ของบทเรียน และเนื้อหานั้นๆ มากกว่าการท่องจำ เพราะการพยายามจำสิ่งต่างๆ มีผลกระทบต่อการจำอะไรไม่ได้เลย เมื่อเราเข้าใจโครงสร้างต่างๆ แล้ว เราก็จะจำได้ไปเอง ต่างจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว เมื่อเจอโจทย์หรือข้อสอบที่พลิกแพลงไปจากที่ท่องมาแล้วก็อาจจะทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ที่มาที่ไปและวิธีปรับใช้

♡ พวกเขาทดสอบตัวเองบ่อยๆ การทดสอบตัวเองบ่อยๆ จะทำให้สมองของคุณสามารถเชื่อมต่อกับเนื้อหาใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

♡ ทำสิ่งที่นอกเหนือจากการฟังบรรยายหลายครั้งที่การฟังบรรยายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับคุณ อาจารย์อาจจะพูดเร็วเกินไปจนคุณจดไม่ทัน หรือพูดช้ามากจนอยากหลับ สำหรับเด็กเรียนเก่งพวกเขามีวิธีจัดการกับสิ่งน่าเบื่อต่างๆ เหล่านี้ด้วยวิธีการ

♡ ใช้เครื่องมือการศึกษาออนไลน์เป็นประจำ อย่าเชื่อทุกอย่างเพียงเพราะอาจารย์สอน อย่ายึดติดอยู่กับตัวอย่างบนกระดานดำ หรืออ่านแค่ในตำราเรียน ยังมีความรู้อีกมากมายที่เราสามารถหาได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

♡ เรียนในระยะสั้นๆ ดีกว่านั่งเรียนแบบมาราธอน การศึกษาในระยะเวลาสั้นๆ มีแนวโน้มที่จะทำให้ตั้งใจเรียนอย่างมุ่งมั่น เพราะอย่างน้อยเราก็จะรู้ว่าอีกสักครู่ก็จะได้พักจากการเรียนแล้ว

♡ ศึกษาข้อสอบที่ทำผิดทันที
ภายหลังการสอบ อาจารย์มักจะบอกข้อผิดพลาดให้กับนักเรียนทราบ นักเรียนที่เรียนดีส่วนใหญ่มักจะเก็บข้อผิดพลาดของพวกจดลงในสมุดโน้ต พร้อมทั้งพยายามแก้ไขและทำความเข้าใจให้มากขึ้น

♡ ฝึกฝนภายใต้สถานการณ์ของการสอบ 'จริง' สุภาษิตเก่าของฝรั่งที่ว่า “practice makes perfect” หรือ “การฝึกฝนทำให้ชำนาญ” อาจไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่การฝึกฝนภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์จริง อาจเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ผลมากกว่า

♡ ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ 
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่เด็กเรียนเก่งกระซิบบอกมาว่า พวกเขามักจะหาข้อสอบเก่าๆ มาทำ ฝึกทำบ่อยๆ จะได้จำแม่นๆ

♡ พวกเขานอน...เยอะมาก
หลายคนคงคิดว่าเด็กเรียนเก่งต้องนั่งเรียนอย่างหนักอดหลับอดนอน เพื่ออ่านหนังสือเยอะๆ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด

♡ เด็กเรียนเก่ง...ไม่ใช่เจ้าแห่งไฮไลท์ การไฮไลท์ที่ดีควรจะเน้นเฉพาะคำสำคัญ ไม่ใช่ทั้งย่อหน้า ถ้าต้องการที่จะเขียนโน้ตเพิ่มเติมบางอย่างให้เขียนแยกออกมา, ขีดเส้นใต้ และเขียนคำอธิบายที่เชื่อมโยงกันเพิ่มไปด้วย

♡ เด็กเรียนเก่งต้อง “รอบคอบ” และมี “ความรับผิดชอบ” สูง สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้จากเด็กเรียนดีหลายคนนั่นก็คือ “ความรับผิดชอบ” ที่ทำให้พวกเขาต่างจากเด็กทั่วไป รับผิดชอบต่อการเรียน